วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เห็ดฟาง


เห็ดฟางเป็นเห็ดยอดนิยมของคนไทย นิยมเพาะกันบนกองฟางข้าวชื้นๆ โคนมีสีขาว ส่วนหมวกสีน้ำตาลอมเทา หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดตลอดทั้งปีเดิมคนไทยเรียกเห็ดฟางว่า เห็ดบัว เพราะมีเกิดขึ้นได้เองในกองเปลือกเมล็ดบัวที่กะเทาะเมล็ดภายในออกแล้ว ต่อมาเมื่อมีการส่งเสริมให้ใช้ฟางเพาะจึงนิยม เรียกว่า เห็ดฟาง


ชื่อสามัญ Straw Mushroom 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Volvariella vovacea(Bull. Ex.Fr.) Sing 
ชื่ออื่น เห็ดบัว ภาคอีสานเรียกว่า เห็ดเฟียง 
ถิ่นกำเนิด ประเทศจีน 


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่ขึ้นตามกองฟาง ดอกตูมมีลักษณะเป็นก้อนกลมสีขาว มีเยื่อหุ้มกระเปาะคล้ายถ้วย รองรับ ฐานเห็ดเรียกว่า ผ้าอ้อมเห็ด เมื่อหมวกเห็ดเจริญเติบโตเต็มที่จะกางออก คล้ายร่ม ด้านบนของหมวกเห็ดจะสีเทาอ่อน หรือเทาเข้ม ผิวเรียบและอาจมีขนละเอียดคลุมอยู่บางๆคล้ายเส้นไหม ด้านล่างมีครีบดอกบางๆ ก้านดอกสีขาว เนื้อในแน่น ละเอียด 
ฤดูกาล ตลอดปี 


แหล่งปลูก สระบุรี นครนายก อยุธยา อ่างทอง สงขลา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ สุราษร์ธานี และนครศรีธรรมราช การกิน เห็ดฟางนำมาปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่นยำเห็ดฟาง เห็ดฟางผัด ต้มยำเห็ดฟาง และแกงเลียงใส่เห็ดฟาง เป็นต้น 


สรรพคุณทางยา เห็ดฟางมีสาร vovatoxin ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัส ที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ ช่วยลดปํญหาเกี่ยวกับไขมันในเส้นเลือดและโรคหัวใจได้ 
คุณค่าทางอาหาร เห็ดฟาง 100 กรัม ให้พลังงาน 35 kcal โปรตีน 3.2 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม แคลเซียม 8 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม ไนอะซิน 3.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 7 มิลลิกรัม 

ประโยชน์ของเห็ดฟาง

ให้วิตามินซีสูง และมีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด เชื่อว่าหากรับประทานประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันลดการติดเชื้อต่างๆ แต่ก็ไม่ควรรับประทานสด ๆ เพราะมีสารที่คอยยับยั้งการดูดซึมอาหาร ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคเหงือก และลดอาการผื่นคันต่างๆ 


คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง วิเคราะห์โดยกรมวิชาการเกษตร

คุณค่าทางอาหารคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ (%)
ความชื้น (initial moisture) 88.4 
โปรตีน (crude protein) 33.1 (ของน้ำหนักแห้ง) 
ไขมัน (fat) 6.4 (ของน้ำหนักแห้ง)
คาร์โบไฮเดรต (total carbohydrate) 60.0 (ของน้ำหนักแห้ง)
เยื่อใยหรือกาก (fiber) 11.9 (ของน้ำหนักแห้ง)
เถ้า (ash) 12.6 (ของน้ำหนักแห้ง)
พลังงาน (energy value) 338 กิโลแคลลอรี
เมนูอาหาร

ส่วนผสม

  1. พริกขี้หนู  15 เม็ด
  2. กระเทียม  1 หัว ถ้ากลีบใหญ่ใช้ 2กลีบก็ได้คะ 
  3. หัวหอมแดง 2 หัว
  4. ตะใคร้หั่นแว่น 5 แว่น
  5. เกลือ
  6. น้ำปลา  1 ช้อน
  7. กะปิ  1ช้อน (ประมาณหัวแม่มือนะคะ)
  8. ฝักทอง  250 กรัม
  9. บวบ 2 ลูก
  10. หยอดฝักแม้ว หรือ ยอดฝักทอง 250 กรัม
  11. เห็ดฟาง 5 ดอก
  12. น้ำใบหญ้านาง  2 ถ้วย


เริ่มทำกันเลยเนอะ แกงเลียงเห็ดฟาง วันนี้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก 1 2 3

  1. ทำการล้างทำความสะอาดผักต่างๆที่เราคัดสรร มาจัดการล้างให้สะอาด

  2. ทำการหั่น ไม่ว่าจะเป็น ฝักทอง บวบ  เห็ด จะหั่นขนาดไหน ก็ตามแต่ใจปรารนาได้เลยคะแล้วแต่ความชอบกันไปเลยงานนี้ แล้วเตรียมพักไว้ก่อน

  3. หันมาเด็ดยอดฝักแม้ว หรือ ยอดฝักทอง ถ้าเป็นผักทองอย่าลืมลอกใยหนาม ๆออกก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวติดคอไม่รู้ด้วย จะไม่อร่อยเอา 55555+  เด็ดเป็นท่อนๆยาวประมาณ 3-4 ซม. ก็ไม่ต้องถึงกับต้องใช้ไม้บรรทัดมาวัดกันนะคะ ( -   -)a !!

  4. ต่อมาหันมาโขลกน้ำพริกแกงกันบ้างนะคะ เริ่มจากเทแล้วก็เท พริก กระเทียม  เกลือนิดหน่อย  ออกแรงโขลกๆ แล้วก็ตามด้วยหัวหอมแดงตามไป โขลกๆ ใกล้จะเป็นแกงเลียงเห็ดฟาง ใกล้ละๆ ตามด้วยกะปิ ของเรา คลุกเคล้ากันไป 

  5. หันมาสนใจตั้งน้ำพร้อมจะแกงดีกว่า  นำน้ำย่านางที่เตรียมไว้ 2 ถ้วย ใส่หม้อตั้งบนเตา รอให้น้ำเดือด

  6. เมื่อน้ำเดือดแล้วจัดการ ใส่พริกแกงที่ได้ทำการโขลกไว้ ใส่ตามไป

  7. เมื่อน้ำเดืออีกรอบ เริ่มได้กลิ่นแล้วๆแกงเลียง  จัดการเททุกอย่างไปในหม้อเลยค๊า ง่ายๆไม่ต้องทำให้ยาก

  8. รอจนทุกอย่างสุกเป็นอันใช้ได้คะ อาจจะเติมน้ำปลาลงไปเพิ่มรสอีกนิส1 แต่อย่าเยอะนะคะกินเค็มไตทำงานหนัก